วิธีแนะนำเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานเป็นภาษาอังกฤษ (Introduce a friend or colleague)

ฝึกแนะนำเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานด้วย This is ใช้ he และ she บอกข้อมูลสั้น ๆ เกี่ยวกับคนนั้น พร้อมฝึกทักทายเมื่อมีคนแนะนำให้รู้จัก ฟังเสียงและลองพูดตามได้เลย

1. การแนะนำว่าเป็นใคร

เมื่อต้องการแนะนำคนที่อยู่ด้วยให้ผู้อื่นรู้จัก ใช้ This is แล้วตามด้วยชื่อของคนนั้นได้เลย แม้ในภาษาไทยเรามักพูดว่า “นี่คือ” เมื่อชี้สิ่งของ แต่ในภาษาอังกฤษ This is ใช้แนะนำคนได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย

This is Anna.
/ðɪs ɪz ˈænə/
นี่แอนนา

เขียน This is แยกเป็น สองคำ เสมอ ไม่เขียนติดกัน

หากต้องการบอกด้วยว่าคนที่แนะนำมีความสัมพันธ์กับเราอย่างไร ให้ใช้คำต่อไปนี้

คำภาษาอังกฤษและคำอ่าน ความหมายภาษาไทย
friend
/frend/
เพื่อน คนที่เรารู้จักดีและชอบพอ
coworker
/ˈkoʊˌwɜːrkər/
เพื่อนร่วมงาน คนที่ทำงานด้วยกัน
colleague
/ˈkɑːliːɡ/
เพื่อนร่วมงาน มีความหมายใกล้เคียงกับ coworker
my
/maɪ/
ของฉัน ใช้บอกว่าคนที่กล่าวถึงมีความสัมพันธ์กับผู้พูดอย่างไร

วาง my ไว้หน้าคำบอกความสัมพันธ์ แล้วจึงตามด้วยชื่อ เช่น my friend หมายถึง “เพื่อนของฉัน”

This is my friend Anna.
/ðɪs ɪz maɪ frend ˈænə/
นี่แอนนา เพื่อนของฉัน

ถ้าคนนั้นเป็นเพื่อนร่วมงาน ใช้ my coworker ได้ดังนี้

This is my coworker Ben.
/ðɪs ɪz maɪ ˈkoʊˌwɜːrkər ben/
นี่เบน เพื่อนร่วมงานของฉัน

ทั้ง coworker และ colleague หมายถึงเพื่อนร่วมงาน แต่ในการแนะนำตัวแบบเป็นกันเอง มักใช้ coworker มากกว่า

2. การพูดถึงคนที่เพิ่งแนะนำ

หลังจากบอกชื่อแล้ว เราใช้คำสรรพนาม he หรือ she แทนชื่อ เพื่อเล่าข้อมูลเพิ่มเติมได้ โดยเลือกใช้สรรพนามให้ตรงกับที่คนนั้นใช้เรียกตัวเอง

He’s และ she’s พบได้บ่อยในบทสนทนาทั่วไป เครื่องหมาย ’ แสดงว่ามีการย่อคำ โดยความหมายยังเหมือนรูปเต็ม

ลำดับการพูดคือ แนะนำชื่อก่อน แล้วจึงบอกข้อมูลสั้น ๆ เกี่ยวกับคนนั้น

This is + ชื่อ. He’s/She’s + ข้อมูลสั้น ๆ.
/ðɪs ɪz/ + ชื่อ /hiːz/ หรือ /ʃiːz/ + ข้อมูลสั้น ๆ
นี่… เขาเป็น… หรือเธอเป็น… แล้วแต่ข้อมูลที่ต้องการบอก

3. การเพิ่มข้อมูลสั้น ๆ หนึ่งอย่าง

เลือกบอกข้อมูลเกี่ยวกับคนนั้นเพียงหนึ่งอย่าง เช่น อาชีพ สถานะนักเรียน หรือมาจากที่ไหน

อาชีพหรือสถานะนักเรียน

คำที่ใช้ในบทนี้มีดังนี้

คำภาษาอังกฤษและคำอ่าน ความหมายภาษาไทย
teacher
/ˈtiːtʃər/
ครู
student
/ˈstuːdənt/
นักเรียนหรือนักศึกษา
doctor
/ˈdɑːktər/
แพทย์หรือหมอ

เมื่อต้องการบอกว่าคนหนึ่งเป็นครู นักเรียน หรือหมอ ให้ใช้ He’s หรือ She’s แล้วตามด้วย a และคำบอกอาชีพหรือสถานะนั้น

He’s/She’s a + คำนามบอกอาชีพหรือสถานะเอกพจน์.
/hiːz ə/ หรือ /ʃiːz ə/ + คำนามบอกอาชีพหรือสถานะเอกพจน์
เขา/เธอเป็น… โดยพูดถึงคนหนึ่งคน

ตัวอย่างการแนะนำชื่อและบอกอาชีพต่อกันคือ

This is Anna. She’s a teacher.
/ðɪs ɪz ˈænə | ʃiːz ə ˈtiːtʃər/
นี่แอนนา เธอเป็นครู

อย่าลืม a หน้าคำนามเหล่านี้เมื่อพูดถึงคนหนึ่งคน เช่น ใช้ a teacher ไม่ใช่ teacher เพียงอย่างเดียว แม้ภาษาไทยจะพูดว่า “เป็นครู” ได้โดยไม่ต้องมีคำอื่นคั่น แต่ภาษาอังกฤษในรูปแบบนี้ต้องมี a

มาจากที่ไหน

ถ้าต้องการบอกว่าคนนั้นมาจากเมืองหรือประเทศใด ให้ใช้ from ซึ่งหมายถึง “มาจาก”

He’s/She’s from + ชื่อเมืองหรือประเทศ.
/hiːz frəm/ หรือ /ʃiːz frəm/ + ชื่อเมืองหรือประเทศ
เขา/เธอมาจาก…

ตัวอย่างเช่น

This is Ben. He’s from Boston.
/ðɪs ɪz ben | hiːz frəm ˈbɔːstən/
นี่เบน เขามาจากบอสตัน

From บอกว่าคนคนนั้นมาจากที่ไหน ไม่ได้หมายความว่าเขาอาศัยอยู่ที่นั่นในปัจจุบันเสมอไป

4. การตอบเมื่อมีคนแนะนำให้รู้จัก

เมื่อมีคนแนะนำเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานให้เรารู้จักเป็นครั้งแรก เราสามารถหันไปทักทายคนนั้นโดยตรงได้ว่า

Hi. Nice to meet you.
/haɪ | naɪs tə miːt juː/
สวัสดี ยินดีที่ได้รู้จัก

ประโยคนี้ใช้กันทั่วไปและให้ความรู้สึกเป็นมิตร หากต้องการเอ่ยชื่อคนที่เพิ่งรู้จักด้วย ก็ใส่ชื่อไว้ท้ายประโยคได้

Nice to meet you, Anna.
/naɪs tə miːt juː ˈænə/
ยินดีที่ได้รู้จักนะ แอนนา

หากอีกฝ่ายพูด Nice to meet you ก่อน เราตอบกลับโดยเติม too เพื่อสื่อว่า “เช่นกัน”

Nice to meet you, too.
/naɪs tə miːt juː tuː/
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน

ตอนตอบรับการแนะนำ เรากำลัง พูดกับคนที่เพิ่งรู้จักโดยตรง จึงใช้ you ไม่ใช้ he หรือ she ซึ่งเป็นคำที่ใช้เมื่อพูดถึงคนนั้นกับผู้อื่น